NHT C-1 Bookshelf Loudspeaker ที่น่าทึ่ง

609 จำนวนผู้เข้าชม  | 

          เรียกว่าลองกันมาแทบจะครบทุกรุ่นเลยนะครับ สำหรับลำโพง Classic Series ใหม่ของ NHT จากที่สร้างความประทับใจตั้งแต่ตัวตั้งพื้น C-4 ตัววางหิ้ง สาม-ทาง C-3 มาถึงวันนี้เกิดอยากลองตัวเล็กสุดในซีรีส์อย่าง C-1 กันบ้างว่าแนวเสียงจะเป็นอย่างไร เพราะจะว่าไปแล้ว C-1 นี่น่าจะเป็นรุ่นที่ถูกมองข้ามไปมากที่สุด เพราะแฟนๆไม่เล็ง C-3 ก็ไปC-4 หรือไม่ก็เอา C-1 ไปเป็นแค่คู่หลังในระบบโฮม เธียเตอร์ ซึ่งผมบอกได้เลยว่า “เสียดาย” มาก หากเอาลำโพงเล็กๆคู่นี้ไปใช้เป็นแค่คู่หลัง เพราะหลังจากที่ใช้เวลาร่วมอยู่กับมันเป็นเวลาแรมเดือน ผมว่ามันเป็นลำโพงที่ดีมาก ดีพอที่จะหาเรื่อง หามุม ระบบให้มันสักระบบเพื่อใช้ฟังมันโดยเฉพาะเลยก็ว่าได้

          จุดที่ผมอยากทดลองลำโพงรุ่นนี้ ด้วยความรู้สึกอยากทดลองอย่างนึง การทดลองนั้นคือการทดลองที่ว่า “NHT เป็นลำโพงที่กินวัตต์ จริงไหม” เพราะนี่เป็นคำถามที่ผมได้เห็นบ่อยมากเวลามีการพูดถึงลำโพง NHT ว่า “กินวัตต์ไหม?” มักจะเป็นคำถามแรกของใครก็ตามที่เห็นลำโพงรุ่นนี้ในทันที

          ลำโพงตู้ปิด ต้องกินวัตต์เสมอ? ไม่มั้งครับ ลำโพง AR 2AX ที่ผมฟังอยู่ทุกวัน ขับด้วยแอมป์หลอด 6V6 Pushpull 10 วัตต์ เสียงดังจนหูอื้อ เบสส์อิ่มลึกยังกับลำโพงตั้งพื้น เมื่อก่อนผมใช้ AR94SX 8 นิ้ว สองดอก ตู้ปิด ความไว 89 ดีบี แอมป์ 20 วัตต์ ขับฉิวๆ 3020 นี่แหละไพเราะนัก ผมเคยทดลอง NHT Classic Three รุ่นเก่า เอาแอมป์หลอด Parallel Single Ended 10 วัตต์ เปิดเสียงดังอิ่มเต็มทุ้มทิ้งตัวลงพื้น ยังกับลำโพงตั้งพื้น

          ลำโพง NHT กินวัตต์มีไหม-มี--3.3 พวกยุคจุด 3 จุด 5 นั่นประไรครับ กินวัตต์แบบดุเดือด แอมป์ ไม่แรงจริงๆ 250 วัตต์ ก็เอาไม่ออก แบบนั้นผมก็ว่าเกินไป NHT รุ่นหลังๆเป็นตู้ปิด เหมือนเดิมที่ไม่ค่อยมีใครทำกันแล้ว ระบุความไวต่ำ 86 ดีบี แต่เอาเข้าจริงๆ ลองมาหลายครั้งแล้ว ผมว่ามันไม่ใช่ลำโพงกินวัตต์ เพียงแต่มันเป็นลำโพงที่ชอบแอมป์ที่ดี แอมป์ที่จ่ายกระแสดีๆ ไม่ต้องวัตต์เยอะ ขอให้เก่งจ่ายกระแสดี ผมว่าเอาอยู่ เล่นได้สบายๆ

          มาคราวนี้ผมเลยอยากทดสอบอะไรที่แหวก คือเอา C-1 นี่แหละเล็กสุด น่าจะกินวัตต์สุด? เบสส์ น้อยสุด ขับยากสุด แล้วมาเอาแอมป์ หลอดวัตต์ น้อยๆขับดูกันว่าผลจะเป็นอย่างไร


ภายนอก

          ลำโพงNHT รุ่นใหม่นี้งานสวยเช่นเดิมครับ ตู้ไฮ-กรอสส์ สีดำเป็นเอกลักษณ์เงางามสวย NHT สีอื่นนี่รับไม่ได้เลยนะครับ ต้องดำเงาอย่างเดียว เป็นลำโพงสอง-ทางดูง่าย ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนไฮ-เทคอะไรเยอะแยะมากมาย กรวยวูฟเฟอร์เป็นโพลีย์โพรไพย์ลีนธรรมดาๆขนาด 5.25 นิ้ว ขอบยาง ทวีทเตอร์ อะลูมิเนียม 1 นิ้ว ทำงานตู้ปิด ขนาดเล็กๆวางบนมือใหญ่ๆของผมสบายๆ ขั้วต่อด้านหลังทำเป็นซิงเกิล-ไวร์ธรรมดาๆ กำหนดความไวไว้ 85 ดีบี ตอบสนองความถี่ 70–20,000 เฮิทซ์ ทำงานเป็นแบบตู้ปิด แนะนำให้ใช้กับแอมป์ 35–100 วัตต์

          การทดสอบผมมาแปลกกว่าทุกครั้ง เพราะถ้าใช้แอมป์ NAD มันขับลำโพง NHT ออกอยู่แล้วครับ NAD เขากระแสแรงจ่ายกระแสดี กำลังสำรองก็ดี เรื่องขับ NHT ไม่ใช่ปัญหา แต่โจทย์คราวนี้ผมขอทดลองอะไรที่แปลก คือ ผมจะเอาแอมป์หลอดมาขับ NHT 555 มันเป็นไปได้ไหม เอาลำโพงตู้ปิดที่ว่ากันว่ากินวัตต์ มาขับด้วยแอมป์หลอดจะไปเหลือหรือ? อ่ะลองดูกันหน่อย

          ผมเริ่มแรกกับการเอาแอมป์หลอด รุ่นเก่าของ Philips HF-304 แบบ EL84 Pushpull กำลังขับ 10 วัตต์ต่อข้างมาขับ  เริ่มเปิดเพลงแรกขึ้นมา ยอมรับในทันทีว่า 10 วัตต์ เอา NHT รุ่นนี้ไหวครับ แต่ไม่สะใจเพราะต้องเร่งโวลูมขึ้นไปเยอะมากเกินไป ทำให้เสียงซ่ามันออกมาเยอะไปหน่อย “แต่” มี “แต่” ครับ เสียงที่ผมได้ยินออกมานั้น ผมว่ามันดีอ่ะ ถามว่าระดับเสียงที่ได้ยินดังพอไหม คำตอบคือ “พอ” ถามว่าโทนัล บาลานซ์ มันโอเคไหม ก็ตอบได้ว่า โอเคแหละ กับเพลงพ็อพ เพลงร้อง เพลงแจสส์ สามสี่ชิ้น ผมว่าได้ แต่หากเจอดนตรีที่ซับซ้อนหน่อย ผมว่ามันเกิดอาการ “ไม่แม็ทช์” กันขึ้นมามากกว่าขับไม่ไหวนะ

          ผมจึงเปลี่ยน ทีนี้ผมเอาแอมป์หลอดเหมือนเดิม แต่ขยับมาเป็นตัวที่กำลังขับเยอะที่สุดในบ้าน เป็น Marantz 8B ตัวนี้ EL34 Pushpull ให้กำลังขับที่ 35 วัตต์ (ซึ่งก็ยังเรียกว่ากระจุ๋มกระจิ๋มเหมือนเดิมเมื่อเทียบกับแอมป์สมัยใหม่) มาคราวนี้เรียกว่าพลิกเลยครับ โวลูมลดลงมาเยอะเลย จากเที่ยงเหลือประมาณ 11 โมง แต่ที่สำคัญคือเสียงที่ออกมานั้น เล่นเอาผมอึ้งไปเลยล่ะ

          ข้อแรก เรื่องกำลังขับ หลอด 35 วัตต์ แม้จะเป็นขั้นต่ำสุดตามสเปค แต่ก็สามารถขับลำโพงนี้ออกมาได้ “หลุด” แบบสบายๆนะครับ ปิดเคสเรื่องแอมป์ ต้องหลายร้อยวัตต์ไปได้เลย เพราะหลอด 35 วัตต์ มันไม่ได้เยอะอะไร แต่แอมป์หลอดมันจ่ายกระแสดีครับ นี่คือที่ผมพยายามจะเน้น ว่า NHT ไม่ได้กินวัตต์ แต่ชอบแอมป์ดี แอมป์ดีคือ แอมป์ที่ High Current จ่ายกระแสดีๆเอามาแม็ทช์ ได้ ก็หลุดตู้หายห่วง ทั้งความอิ่มเอิบของเสียง และความดังที่เล่นได้จนถึงขีดสุดของลำโพงนั่นแหละครับ



          ข้อสอง เมื่อได้แอมป์เสียงอิ่ม นุ่มหนา NHT C-1 เป็นลำโพงที่ให้สเกลเสียงที่ใหญ่จนน่าตกใจ เสียงร้องของ Diana Krall ในชุด Turn Up The Quiet ล่าสุด ใหญ่โตเต็มฝาห้องจนผมแปลกใจ ผมต้องบอกก่อนนะครับว่า ลำโพงที่ใช้ประจำในห้องนี้ของผม เป็นลำโพงฮอร์น DIY วูฟเฟอร์ 15 นิ้ว ที่เมื่อผมเทียบ C-1 กับลำโพงคู่เดิมแล้ว ผมว่าสเกลเสียงของ C-1 นั้น ฟัดกับลำโพงใหญ่ๆได้อย่างไม่น่าเชื่อ!

          มันให้ความล่องหนหายตัวไปของลำโพงแทบจะในทันทีที่เสียงเพลงดังขึ้น บ่งบอกถึงความสามารถในการกระจายเสียงที่เป็นอิสระจากแผงหน้าตู้ได้ดีเยี่ยม ลำโพงหายไป เหลือแต่เวทีเสียงที่กว้างแผ่ไกลออกไป สุ้มเสียงที่ใหญ่โต จนหลายครั้ง ลืมไป นึกว่าฟังลำโพงใหญ่คู่เดิมอยู่เลยทีเดียว

          พูดถึงโทนเสียง เรามักจะชินว่า NHT เป็นลำโพงที่ให้เสียงแนวโปร่งใส กรุ้งกริ้ง ออกบางหน่อย นั่นมันผิดหมดเลย กับในระบบนี้ (แอมป์หลอดหมดทั้งระบบ) NHT C-1 สำแดงตัวเองออกมาเป็นลำโพงที่ให้เสียงอิ่มนุ่ม น่าฟังจริงๆ ปลายเสียงแหลมให้ความใสสะอาดพอดีๆ ไม่ได้ใสเจิดจ้ากรุ้งกริ้งเกินงามอะไรเลย มันผิดบุคลิกที่คุ้นเคยไปหมด เสียงกลางใหญ่ อิ่ม อย่างช่วงหนึ่ง ผมนั่งดูสารคดี Netflix เรื่องราวของ Frank Sinatra โดยเปิดเสียงออกระบบนี้แหละ บางช่วงบางฉากมีเพลงของ Sinatra แทรกออกมา เสียงร้องของ Sinatra นั้น ใหญ่และลอยขึ้นไปตรงจอ 55 นิ้ว อย่างน่าทึ่งมาก เสียงใหญ่เต็มจอเหมือนพุ่งทะลุออกมาจากจอ โฟคัสชัด วงบิกแบนด์แผ่กว้างไปรอบๆอาณาบริเวณ สร้างความรู้สึกเหมือนกำลังดูผ่านระบบโฮม เธียเตอร์ ดีๆที่มีลำโพงเซ็นเตอร์ดีๆ ทั้งๆที่จริงๆผมฟังอยู่กับแค่ระบบ 2-แชนเนล และลำโพงเล็กๆคู่เดียวเอง

          ตรงนี้แหละครับที่ผมอึ้ง เพราะทันทีที่วงบิกแบนด์กระหน่ำกลองขึ้นมา เสียงหวดกลองที่เต็มไปด้วยความหนักแน่น สวิงเสียงอย่างแรง ไดนามิคอย่างดัง มันสร้างความน่าตื่นตาตื่นใจมาก เมื่อคิดว่ากำลังฟังลำโพงคู่เล็กนิดเดียวนี้อยู่ จนผมต้องแอบค้อนเจ้าลำโพงใหญ่คู่นั่นว่าแหม่ ปล่อยให้น้องเค้ามาเทียบข้างได้ไงนะ

          นอกจากที่จะให้ไดนามิค การสวิงเสียงที่น่าทึ่งแล้ว ผมก็ต้องแปลกใจอีกคำรบเมื่อพบว่ามันรับมือกับดนตรีบิกแบนด์ ที่ซับซ้อน เซ็งแซ่ ได้อย่างดีเยี่ยม แม้บางครั้งพบความเพี้ยนพร่าจากการคุมตัวไม่อยู่บ้างที่ความดังแรงๆ แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันเสียรูปมวยใดๆเลย ดนตรีประเภทนี้นั้น มันท้าทายมากครับ มันท้าทายความสามารถทั้งแอมป์ ทั้งลำโพงที่จะคุมทุกอย่างให้อยู่ในระดับที่ดี บิกแบนด์ ถ้าเจอระบบไม่ดี จะเปลี่ยนจากความมันส์กลายไปเป็นความหนวกหูครับ ซึ่งในที่นี้ผมว่า NHT C-1 สอบผ่านด้วยคะแนนสูงแบบไม่น่าเชื่อเลยเมื่อเทียบกับขนาด

ทีนี้ก็มาถึงเสียงที่ทำให้ผมอึ้งที่สุดล่ะครับ “ทุ้ม” ครับ

          เวลาทดสอบลำโพงแบบนี้ ทรงนี้ ขนาดนี้ ถ้าจะให้เซฟตัวเองก็ต้องบอกว่า “ทุ้มพอได้ แต่ถ้าจะให้ดีต้องมีสับ-วูฟเฟอร์ ช่วย” ใช่ครับ กับ C-1 ผมคงต้องบอกแบบนั้น ถ้าคุณจะนำมันไปใช้กับการดูหนังโฮม เธียเตอร์ แต่กับการฟังเพลงนั้น ผมว่ามันทำได้แบบน่าทึ่งมาก มากพอที่ผมจะบอกว่า หากฟังเพลง “คู่เดียวพอ” ไม่ต้องมีสับ-วูฟเฟอร์ครับ

          เพราะทุ้มที่ผมได้ยินออกมาจากลำโพงเล็กๆ 4.5 นิ้วนี้ มันอิ่ม แน่น หนัก และ “ลึก” อย่างไม่น่าเชื่อ (ผมใช้คำว่าไม่น่าเชื่อมากี่ครั้งแล้วเนี่ย) หลายต่อหลายเพลง จากหลายต่อหลายแนวเพลง เสียงทุ้มของลำโพงคู่นี้มันอิ่ม เด้ง หนัก และทิ้งลงพื้นแบบยอดเยี่ยมมาก ไม่ต้องอะไรมาก จากเพลงเปิด Eagle Hell’s Freezes Over นั่นแหละครับ เสียงอิ่มแน่นใหญ่โตน่าทึ่งมาก และหากจะเทียบไป ผมว่าวูฟเฟอร์ 6.5 นิ้ว ก็ทำอะไรมันไม่ได้ เพราะที่มันให้นี่ ผมก็ไม่เห็นมันจะแพ้ 15 นิ้วคู่ก่อนหน้านี้เท่าไหร่ (แต่ต้องอย่าไปมองวูฟเฟอร์มันตอนทำงานนะครับ ปั้มเข้า/ออกน่ากลัวเทียว) มันเป็นเสียงทุ้มที่เพียงพอและพอเพียงสำหรับการฟังเพลงทั่วไปที่หลากหลาย ผมจะขอยกเว้นก็ร็อค หูเหล็กแนวเดียวเท่านั้นแหละครับ



          สำหรับแนวเพลงที่ลำโพงคู่นี้ชอบ ผมว่ามันชอบเพลงโวคัล เสียงร้องมาก ใครชอบแนวเสียงแบบเสียงร้องอิ่ม เนียน หวาน เจือความโปร่งเอาไว้นิดหน่อย ไม่แห้ง มีขนาด มีสเกล ที่ใหญ่เกินตัว ผมว่าจะต้องชอบมันมากๆ เสียงเปียนโนก็เช่นกัน มีความสมจริงน่าฟังมากมาย ฟังแจสส์ ทริโอแบบ Bill Evans Trio นี่โดนเลยครับ มาครบทั้งบรรยากาศ ความโปร่งกังวานที่พอเหมาะของเสียงเปียนโน เบสส์ที่อิ่มนุ่มหนาเกินขนาด กลองแบบแซ่กวนไปรอบๆแทบจะมองเห็นหนังกลองกันเลย เยี่ยมจริงๆ หรือใครชอบ Sax ชอบ Trumpet เจอเสียงทรัมเป็ทของ Miles Davis แทร็คแรกจากอัลบัม ‘Round Midnight เข้าไปก็จะชอบครับ เสียงทรัมเป็ทแบบใส่ตัวครอบ แหลม มันใสจี้ด เข้าไปถึงใจพระเดชพระคุณ ยังกะ Miles มาเป่าอยู่ตรงหน้าเลยทีเดียว

          มิติ เวทีเสียง สำหรับ NHT แล้วงานหมูครับ C-1 ให้เสียงที่กว้างขวางมาก สามารถผลักดันเวทีให้หลุดเกินขอบลำโพงด้านข้างออกไปได้แบบง่ายๆ ด้านลึกก็ถอยลงไปเป็นลำดับชั้นง่ายๆ ให้เสียงเป็น 3-มิติ ว่างั้น จัดวางดีๆครับ ลงขาตั้งมวลปานกลาง อย่าหนักมาก อย่าเบามาก โท-อินพอประมาณ แค่นี้ก็เป๊ะแล้ว จัดวางง่ายมากๆไม่ต้องซีเรียส อะไรมากมาย เวทีเสียงเยี่ยมในทุกด้าน หายห่วงครับ

เมื่อเล่นมาถึงตรงนี้ผมมีเคล็ดลับในการเล่น NHT ให้แจ่มให้หลุด ให้อึ้ง

  1. ใช้แอมป์ดี จ่ายกระแสดี อย่าปิดกั้นอย่าแปลกใจที่ผมจะบอกว่าแอมป์หลอดก็ขับมันได้ดี ผมลองมาแล้วนี่ไง
  2. ใช้แอมป์ที่ให้เสียงแนวอิ่มหนา นุ่มหนา เข้มข้น อย่าเอาแอมป์ เสียงใสโปร่ง มาแม็ทช์ มันจะไปกันใหญ่ เสียงมันจะบาง
  3. สายลำโพง สายสัญญาณ สายไฟ AC ก็เช่นกัน ให้หาสายเสียงอิ่ม นุ่ม หนาอวบมาผสมผสานเข้าไปช่วยเติมเนื้อ
  4. อย่าอายที่จะปรับ Bass ช่วย หรือยก Loudness ช่วย ลำโพงคู่นี้มีขีดความสามารถในการรับเสียงทุ้มที่ดีมากกว่าที่คุณคิด ปรับไปเถอะครับถ้าปรับแล้วเสียงถูกใจเราขึ้น ปรับทุ้ม ปรับแหลมตำรวจไม่จับไม่ผิดกฎหมายหรอกครับ
  5. วางบนขาตั้งที่มีความมั่นคง ไม่โยกเยก ไม่เบาจนเกินไป และไม่หนักทึบจนเกินไป เล่นลำโพงวางหิ้ง ต้องไม่ประหยัดขาตั้งครับ
  6. NHT C-1 ไม่ชอบอะนาล็อก แปลกนะครับ ผมฟังกับแผ่นเสียง เสียงออกมาธรรมดามาก เฉยๆเลย แต่พอเล่น Digital ทั้ง Hi-res ทั้ง Streaming นะ โอ้...มันออกมาเต็ม น่าทึ่งมาก มันเป็นลำโพงยุคใหม่จริงๆครับ


สรุป

          ตอนแรกที่ผมเอาลำโพงคู่นี้มาทดสอบ บอกตรงๆว่ากะเอามันมาฆ่าเลยนะ ใจผมน่ะ พยายามหลอกตัวเองเสมอว่าลำโพงเล็กสู้ลำโพงใหญ่ไม่ได้หรอก ซึ่งก็จริงครับ ถ้าลำโพงเล็กคู่นั้นเป็นลำโพงคุณภาพต่ำๆทั่วๆ แต่ NHT C-1 นี่ พิสูจน์ ให้ผมเห็น และเซอร์ไพรซ์ผมในทุกกรณี ในระดับที่พลิกความเชื่อดั้งเดิมที่ผมมีต่อลำโพง NHT หมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกินวัตต์ เรื่องเสียงบางเสียงใสเกิน เรื่องขับยาก จัดวางยาก อะไรต่อมิอะไร

          ซึ่งเมื่อลองเข้าจริงๆ มันเป็นลำโพงที่ทำให้ผมได้ประหลาดใจมากที่สุดในรอบหลายปีเลยทีเดียว บางทีเราไม่ได้คาดหวังอะไรมาก พอได้ผลที่ออกมาเกินคาดมันก็จะประหลาดใจมากมายแบบนี้แหละครับ ยิ่งเมื่อเทียบราคาขายต่อคู่แล้ว ผมว่า NHT C-1 เป็นลำโพงที่มีราคาถูกมากๆ ครบเครื่องมากๆเมื่อเทียบกับเสียงที่ได้ยิน ในระดับที่น่าทึ่งและมหัศจรรย์มากครับ ขอให้แม็ทช์มันให้ดี มันจะสำแดงอิทธิฤทธิ์ออกมาให้คุ้นประหลาดใจเลยแหละ

แนะนำอย่างยิ่ง และควรหาโอกาสมาลองฟังด้วยตัวท่านเองครับ  By อธิวัฒน์

Powered by MakeWebEasy.com